Transcending the restricted time, Slipped through the hallow void.
      A heart is sitting still in silence, drowning slowly into solitude.
      A battered body, being lost alone in bewilderment.
      Wishing with all its might to break free. Praying for forgiveness of its existence.
 
      Though no matter how hard it cries, a fleeting wish would never ever be granted.
 
-------------------------------
Shimotsuki Haruka's Ruri no Tori
 
瑠璃の鳥
Ruri no Tori (Azure Bird)
 
Compose : MANYO
Lyrics : Mutsura Tate
Vocal : Shimotsuki Haruka

Album : Azure -Karo no Shoujo OST- /
Traumerei -Innocent Keys Haruka Shimotsuki Collection-
 
Japanese & Romaji
 
震え届く風頬撫でゆく            furue todoku kaze hoho nade yuku
静寂に抗う赤子のように            seijaku ni aragau akago no youni

抱え込み離さなかった            kakae komi hanasanakatta
籠は容易く崩れ去る            kago ha tayasuku kuzuresaru


限られた時間(とき)と空間(はざま)をゆく    kagirareta jikan (toki) to kuukan (hazama) wo yuku
瑠璃の鳥示した星の兆し            ruri no tori shimeshita boshi no kizashi

月を背にした暗闇さえも            tsuki wo senishita kurayami saemo
いとおしく思える                itooshiku omoeru


罅(ひび)割れ欠けていく            hibiware kaketeiku
歪んだ糸模様                yuganda ito moyou

届かない叫びを                todokanai sakebi wo
この胸に押さえて                kono mune ni osaete


翳(かざ)した手のひらすり抜けていく        kazashita tenohira suri nukete iku
思い出せもしない                omoi dase mo shinai

打ち棄てた身体迷いの中            uchi suteta karada mayoi no naka
漂い辿り着くのは途切れた奇跡        tadayoi tadori tsuku no ha togireta kiseki


明ける空を忌み影落とす者            akeru sora wo imi kage otosumono
望むべきものはここに無いと            nozomu beki mono ha koko ni nai to
   
踏み出した土は脆くて            fumidashita tsuchi ha morokute
孤独のままに堕ちてゆく            kodoku no mama ni ochite yuku


閉ざされた世界を破り逃れるなら        tozasareta sekai wo yaburi nogarerunara
儚い願いは叶えられるはずもない        hakanai negai wa kanaerareru hazu monai


確かな記憶を紡ぐように            tashikana kioku wo tsumogu youni
悲しみが見えぬように            kanashimi ga mienu you ni

懼(おそ)れた答は無間(むげん)の中        osoreta kotae wa muken (mugen) no naka
出でた殻は紅く染まったー            ideta kara ha akaku somatta…


翳した手のひらすり抜けていく            kazashita tenohira suri nukete iku
もう動くこともない                mou ugoku koto mo nai

奇跡を信じた無垢の心            kiseki wo shinjita moku no kokoro
遠い神話のよう                tooi shinwa no you


光を集めた瑠璃の鳥よ            hikari wo atsumeta ruri no tori yo
行方も分からないまま            yukuemo wakaranai mama
   
打ち棄てた身体迷いの中            uchi suteta karada mayoi no naka
漂い辿り着くのは途切れた軌跡        tadayoi tadori tsuku no ha togireta kiseki
 

Translation (Thai)
 
สายลมที่แสนหนาวสั่นพัดผ่านบาดแก้มทั้งสองและจากไป
ตัวฉันเหมือนดั่งเด็กทารกคนหนึ่ง เฝ้าดิ้นรนอยู่ในความสงัด

แล้วกรงขังน้อยๆ ที่โอบอุ้มฉันไว้ไม่ปล่อยให้หลุดไปนี้
ก็ค่อยๆ แตกแหลกสลาย ลงไปอย่างง่ายดาย

วันเวลาและความว่างเปล่าที่พันธนาการไว้นี้ยังคงไหลเวียนไป
เจ้านกน้อยสีครามดั่งอัญมณี เผยชี้คำทำนายถึงดวงดาว

แม้แต่ยามที่จันทร์หันด้านมืดปกคลุมบนฟากฟ้า
ก็ยังดูเหมือนกับว่า มันช่างแสนสวยงาม

รอยแตกที่เริ่มปรากฎเป็นทางยาวนี้
ช่างดูเหมือนดังเส้นด้ายที่แสนยุ่งเหยิง
เสียงกรีดร้องคร่ำครวญที่ส่งไปไม่ถึงใคร
ก็ถูกกดถมทับไว้อยู่ภายในใจดวงนี้

สิ่งที่ได้เลื่อยหลุดและลอยออกไปจากอุ้งมือของฉันนั้น
ไม่ ...ฉันไม่อาจจดจำมันได้อีกต่อไปแล้ว
ร่างกายที่ถูกทำร้ายจนบอบช้ำ หลงทางท่ามกลางความสับสน
ถูกพัดพาล่องลอยจนถึงจุดหมาย เพียงเพื่อพบปลายทางที่ขาดสะบั้นลง

กลายเป็นสิ่งที่เกลียดชังท้องฟ้าอรุณรุ่ง ร่วงหล่นมาจากความมืดมิด
ในที่แห่งนี้นั้น ไม่มีสิ่งใดให้อธิษฐานถึงอีกแล้ว
พื้นแผ่นดินที่ย่างก้าวไปแต่ละก้าวนั้นช่างแสนจะเปราะบาง
พาให้ร่วงหล่นลงลึกลงไปเรื่อย ในความโดดเดี่ยวไร้ก้นบึ้ง

หากแม้คิดอยากจะหนีออกไปให้พ้นจากโลกเล็กๆ ที่ถูกปิดตายใบนี้
ไม่ว่าอย่างไร คำอถิษฐานที่แสนจะไร้ค่านั้น ก็คงไม่มีทางเป็นจริง

เฝ้าหวังที่จะร้อยเรียงความทรงจำที่แจ่มชัดในความคิด
เฝ้าหวังจะเผยความเศร้าภายในจิตให้ผู้อื่นได้มองเห็น
คำตอบที่ฉันหวาดกลัวนั้น ถูกทิ้งไว้ท่ามกลางขุมลึกนับอนันต์
และผุดฟักออกจากเปลือกหุ้มที่ย้อมด้วยสีแดงดั่งโลหิต

สิ่งที่ได้เลื่อยหลุดและลอยออกไปจากอุ้งมือของฉันนั้น
ไม่ว่าอย่างไร มันก็ไม่ขยับเคลื่อนในความทรงจำอีกแล้ว
หัวใจอันแสนบริสุทธิ์ที่เคยเชื่อในปาฏิหารย์
ก็ฟังดูเหมือนเงาร่างของตำนานที่ไม่เป็นจริง

เจ้านกน้อยสีคราม ที่ล้อมโอบแสงสว่างไว้เอ๋ย
บัดนี้เจ้าได้โบยบินไปที่ใดแล้ว ฉันเองก็ไม่อาจรู้ได้
ร่างกายที่ถูกทำร้ายจนบอบช้ำ หลงทางท่ามกลางความสับสน
ถูกพัดพาล่องลอยจนถึงจุดหมาย เพียงเพื่อพบปลายทางที่ขาดสะบั้นลง
 
-------------------------------
 
-------------------------------
 
ขอเบิกตัวชิโมสึกิ ฮารุกะด้วยเพลงโปรดอันดับ 1 ของผมแล้วกันนะครับ เพิ่งรู้ว่านี่จะเป็นเพลงที่ 20 ที่ลงในบลอคนี้พอดีด้วย...
 
เพลงนี้เป็น OP ของ VN ที่เนื้อเรื่องออกจะมืดมนและโหดร้ายอยู่สักเล็กน้อย เนื้อหาในเพลงก็เลยเป็นสไตล์คล้ายๆ เพลงที่ผมมักจะเอามาขึ้นบลอคนี้ไว้อยู่ แต่อยากจะให้ลองฟังเพลงนี้เป็นพิเศษโดยไม่ต้องสนใจเนื้อเรื่อง VN ที่มันประกอบดูครับ ผมยอมรับว่ายังขนลุกทุกครั้งที่เสียงแซกโซโฟนขึ้นตอน Intro ของเพลง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งท่อนที่ผมถมตัวหนาไว้ไล่ไปจนถึงคอรัสที่สอง เข้าสู่โซโลแซกโซโฟน ผมคิดว่าช่วงนั้นคือช่วงที่ดีที่สุดของเพลงทั้งในแง่ดนตรีและเนื้อหาของคำร้องเลย
 
เหมาะอย่างยิ่งสำหรับฟังก่อนนอนหรือยามเย็นที่นั่งอยู่คนเดียวครับ

สำหรับแฟนซับของเพลงนี้ด้านบน ขอขอบคุณคุณ kim_sk132 ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่ต่อครับ
---------------------------------

ลงบันทึกเมื่อ : 29 มกราคม 2554
ลงบันทึกครั้งแรก : ที่นี่

แก้ไขเมื่อ : 21 กรกฎาคม 2554

HeliumHe
 

Lyrics Translation : Liz - White-Lips

posted on 12 Dec 2010 23:47 by helium  in Recommended-Songs
      A Tribute to everyone on the street
      Who might sometimes ended up in a pile of mud
      Being hurt, Being worn-out, Being tired
      Embrace that little, fleeting pride of yours and keep your face up
     
      Everyone has got to continue living...
 
-----------------------------------

WHITE-LIPS's Liz
 
リズ  (Liz)

Compose : Higuchi Hideki
Vocal : WHITE-LIPS

Album : WHITE-LIPS Vocal Collection

子猫のように ちいさくまるまって
窓の外を見てる
今日はとても素敵な 雨の日曜日

いつものテラス いつものティーカップ
読みかけのミステリ
ひとり雨に唄えば 心も軽くなる

ゆううつな月曜日 忙しい火曜日
水曜日は友達と朝帰り

爪を立てて あがらって 傷ついて
抱き合って そんな毎日
とても小さくてはかないプライドを抱えて
みんな生きているんだ

ときには傘を差さずに歩いたり
虹を待ってみたり
ときどき水たまりを 飛び越えてみたり

みんな笑いながら 泣きながら
殻の中に閉じ込めてる
とても小さくてはかないプライドを抱えて
みんな生きているんだ

みんな生きているんだ


Romaji

Koneko no youni  chiisaku maru matte
Mado no soto wo miteru
Kyou wa totemo suteki na  Ame no nichiyoubi

Itsumo no TERASU  Itsumo no TEIIKAPPU
Yumikake no MISUTERI
Hitori ame ni utaeba  Kokoro mo karukunaru

Yuuutsu na getsuyoubi  Isogashii kayoubi
Suiyoubi wa tomodachi to asagaeri

Tsume wo tatete   agaratte  kizutsuite
Dakiatte   Sonna mainichi
Totemo chiisaku hakanai PARAIDO wo kakaete
Minna ikite irunda

Toki niwa kasa wo sasazuni aruitari
Niji wo matte mitari
Tokidoki mizutamari wo   Tobikoete mitari

Minna warai nakara   naki nakara
Kara no naka ni tojikometeru
Totemo chiisaku hakanai PARAIDO wo kakaete
Minna ikite irunda

Minna ikite irunda


Translation

นั่งลงรอเหมือนดั่งลูกแมว ที่ขดตัวเป็นวงไม่ขยับไปไหน
และทอดมองออกไปยังภาพด้านนอกหน้าต่าง
วันนี้ช่างเป็นวันอาทิตย์ที่แสนวิเศษ ที่มาพร้อมสายฝนโปรยปราย
 
บนระเบียงที่เหมือนทุกครา กับถ้วยชาที่เหมือนทุกคราว
และนิยายลึกลับเรื่องยาวที่เพิ่งเริ่มอ่าน
หากวันนี้ได้ฮัมเพลงกับสายฝนในความอ้างว้าง
เรื่องที่ค้างอยู่ในใจก็คงจะเบาลงได้

ชีวิตวันจันทร์ที่แสนหดหู่ เช้าตรู่วันอังคารที่แสนยุ่งวุ่นวาย
วันพุธที่จะถึง ฉันจะสังสรรค์กับเพื่อน และไม่กลับบ้านจนเช้า

ตะเกียกตะกายดิ้นรนจนเล็บจิกบนอุ้งมือ
พานพบกับความเจ็บปวด แล้วโอบกอดซึ่งกันและกัน
ชีวิตนั้นเป็นเช่นนี้เสมอ ทุกเชื่อวัน
โอบกอดเพียงแค่ศักดิ์ศรีเล็กๆ ที่แสนบอบบางนั้นไว้
แล้วทุกๆ คนก็คงใช้ชีวิตของตนต่อไป

บางเวลาฉันก็อยากเดินตากฝน โดยไม่ต้องกางร่มนี้ดูบ้าง
อยากจะลองเฝ้ารอสายรุ้งหลังฝนพรำ
หรือแม้ในบางครั้ง ก็ขอได้ลองกระโดดข้ามแอ่งน้ำขังก็ยังดี

ทุกๆ คนนั้นแม้ในยามหัวเราะ หรือในยามร้องไห้
ก็ยังขดซ่อนตัวเองข้างใน อยู่ข้างใต้หน้ากากอยู่ร่ำไป
โอบกอดเพียงแค่ศักดิ์ศรีเล็กๆ ที่แสนบอบบางนั้นไว้
แล้วทุกๆ คนก็คงใช้ชีวิตของตนต่อไป

แล้วทุกๆ คนก็คงใช้ชีวิตของตนต่อไป
-------------------------------------------------------

          บังเอิญว่าตอนที่กำลังแปลอยู่ดีๆ ...ฝนดันตกลงมาตอนกลางคืนพอดี เลยทำให้เข้าบรรยากาศเพลงไป ถือว่าโชคช่วยพิลึกเหมือนกันครับ
          เพลงนี้ไม่สู้จะเป็นเพลงโปรดของผมสักเท่าไหร่นัก แต่อารมณ์ช่วงนี้ทำให้นึกอยากฟังขึ้นมาตะหงิดๆ ประกอบกับความหมายคงจะตรงกับช่วงเวลานี้ของชีวิตมากกว่าแต่ก่อน เลยทำให้เข้าหูมากขึ้น

          เดี๋ยวนี้เพลงของ WHITE-LIPS เริ่มไม่ค่อยเหมือนเมื่อก่อนแล้ว บางทีผมก็นึกเสียดายเหมือนกัน

------------------------------------------------------

ลงบันทึกเมื่อ : 13 ธันวาคม 2553
ลงบันทึกครั้งแรก : ที่นี่

HeliumHe

Lyrics Translation : Kimi no Kioku - Kawamura Yumi

posted on 28 Sep 2010 22:06 by helium  in Recommended-Songs
Since you have already saved this fleeting, fragile world with your own hands...
 
Now fold your wings and rest here upon my hand that will watch over you...

Even if everything cease to exist, you will always shine brightly in my memories...
 
For eternity...
 
--------------------------------------
 
Kawamura Yumi's Kimi no Kioku
 
キミの記憶
Kimi no Kioku  (Memories of You)
 
Lyrics : Komori Shigeo
Compose : Meguro Shouji
Vocal : Kawamura Yumi

Album : Persona 3 Original Soundtrack
 
Japanese

風の声 光の粒 まどろむキミにそそぐ
忘れない 優しい微笑み 哀しさに隠した瞳を

願うこと(辛くても) 立ち向かう勇気キミにもらったよ だから行くね
夢の中(目覚めたら) また逢えるよ

遠い記憶 胸に秘め うたう

はかなく たゆとう 世界を キミの手で 守ったから
今はただ 翼を たたんで ゆっくり 眠りなさい
永遠の 安らぎに 包まれて love through all eternity

優しく 見守る わたしの この手で 眠りなさい
笑ってた 泣いてた 怒ってた キミのこと 覚えている
忘れない いつまでも 決して until my life is exhausted


交差点 聞こえてきた キミによく似た声
振り向いて 空を仰ぎ見る 零れそうな涙堪えて

明日こそ(いつの日か) もう一度キミに逢えると信じ 独り迷い
雨の夜(晴れた朝) 待ち続けて

忘れないよ 駆け抜けた 夜を

眩く 輝く ひととき みんなと一緒だった
かけがえの ないときと 知らずに わたしは 過ごしていた
今はただ 大切に 偲ぶよう I will embrace the feeling

キミはね 確かに あのとき わたしの 傍にいた
いつだって いつだって いつだって すぐ横で笑っていた
無くしても 取り戻す キミを I will never leave you
 
 
Romaji
 
Kaze no koe    Hikari no tsubu    Madoromu kimi ni sosogu
Wasurenai    yasashii hohoemi    Kanashisa ni kakushita hitomi wo
           
Negau koto (tsurakutemo)    Tachimukau yuuki kimi ni moratta yo    dakara yuku ne
Yume no naka (mezametara)    mata aeru yo
                     
Tooi kioku    mune ni hime    utau
                    
Hakanaku    tayutau    sekai wo    kimi no te de    mamotta kara
Ima ha tada    tsubasa wo    tatande    yukkuri    nemuri nasai
Eien no    yasuragi ni    tsutsumarete    love through all eternity
            
Yasashiku    mimamoru    watashi no    kono te de    nemuri nasai
Waratteta    naiteta    okotteta    kimi no koto    oboete iru
Wasurenai    itsumademo    kesshite    until my life is exhausted
                           
Kousaten    kikoete kita    kimi ni yoku nita koe
Furimuite    sora wo aogimiru    koboresou na namida koraete
                       
Ashita koso (itsu no hi ka)    mou ichido kimi ni aeru to shinji    hitori mayoi
Ame no yoru (hareta asa)    machitsudzukete
                     
Wasurenai yo    kakenuketa    yoru wo
                       
Mabayuku    kagayaku    hitotoki    minna to issho datta
Kakegae no    nai toki to    shirazu ni    watashi ha    sugoshite ita
Ima ha tada    taisetsu ni    shinobu you    I will embrace the feeling
                      
Kimi ha ne    tashika ni    ano toki    watashi no    soba ni ita
Itsudatte    itsudatte    itsudatte    sugu yoko de waratte ita
Nakushitemo    torimodosu    kimi wo    I will never leave you

Translation (Thai)

เสียงกระซิบจากสายลม นำพาแสงสว่าง สาดส่องลงมายังเธอที่กำลังหลับตาลงนอน
ฉันจะไม่มีวันลืม ไม่ว่ารอยยิ้มที่อ่อนโยน หรือความโศกเศร้าที่เธอซุกซ่อนไว้ในตาคู่นั้น

ฉันจะลองอถิษฐาน (แม้จะต้องเจ็บปวดก็ตาม) ด้วยความกล้าที่เธอมอบเพื่อสู้ต่อไปนี้ ฉันจะก้าวเดินไป
เพราะเมื่อใดที่ฉันลืมตาขึ้น (จากท่ามกลางความฝัน) ฉันก็จะได้พบเธออีกครั้ง

ความทรงจำในวันวานนั้น  ฉันจะเก็บมันไว้ลึกสุดใจ  และขับขานบทเพลงนี้...

เพราะเธอได้ปกป้องโลกที่แสนบอบบางปริ่มจะแหลกสลายดวงนี้ไว้ด้วยมือของเธอ
ในตอนนี้ขอเธอจงหุบปีกคู่นั้นลง และพักผ่อนในห้วงนิทราให้สบายเถอดนะ
ให้ความสงบสุขอันเป็นนิรันดร์ห่มกล่อม ให้เธออยู่ท่ามกลางความรักนี้ตราบนานเท่านาน

หลับให้สบายเถอดนะ บนมือข้างนี้ของฉันที่จะคอยปลอบโยนปกป้องเธอตลอดไป
ไม่ว่าจะในยามที่เธอหัวเราะ ยามที่ร้องไห้ หรือยามที่เธอโกรธ ฉันจะยังจดจำเรื่องของเธอขึ้นใจ
และจะไม่มีวันลืมเลือน แม้เวลาจะผ่านไปนานเพียงไหน จวบจนลมหายใจนี้ของฉันสิ้นสุด


แม้ยามเดินผ่านสี่แยกบนท้องถนน ฉันก็ยังแว่วเสียงที่เหมือนถ้อยคำของเธอ
ฉันมองหันกลับไป และต้องแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้า เพื่อไม่ให้น้ำตาที่กลั้นไว้นั้นไหลออกมา

บอกตัวเองว่าต้องเป็นพรุ่งนี้ (ในสักวันหนึ่งข้างหน้า) ที่ฉันจะได้พบเธออีกครั้งในยามที่ก้าวเดินไปตามลำพัง
ไม่ว่าในยามค่ำคืนที่ฝนพรำ (หรือยามที่ดวงตะวันเบิกฟ้า) ฉันยังคงเฝ้ารอเธออยู่ร่ำไป

ฉันจะไม่มีวันลืมเลือน ค่ำคืนเหล่านั้น ที่เราฝ่าฟันต่อสู้มาด้วยกัน

ในช่วงเวลาที่ทุกอย่างเปล่งประกายเจิดจ้า ที่ฉันได้อยู่ร่วมกับทุกคนนั้น
ฉันอยู่ในช่วงเวลานั้นโดยไม่ได้ล่วงรู้เลย ว่ามันจะกลายเป็นสิ่งที่ทดแทนไม่ได้
ในตอนนี้ เพื่อให้ฉันยังจดจำมันไว้แนบใจ ฉันจะโอบกอดความรู้สึกนี้ไว้แนบกาย

เธอรู้ไหม ...ในตอนนั้นเธอยังอยู่ข้างฉันตรงนี้ ไม่หนีหายไปไหน
เธอมีรอยยิ้มนั้นอยู่ข้างฉันเสมอมา ตลอดมา ทุกช่วงเวลาไม่แปรเปลี่ยน
แม้จะต้องสูญเสียเธอไป ฉันจะตามหาเธอกลับมาอีกครั้ง ฉันจะไม่มีวันทอดทิ้งเธอไป...
-------------------------------

Orchestra Version:


Live band Version:


-------------------------------

Credit for Japanese and Romaji lyrics : www.animelyrics.com

จริงๆ ผมเพิ่งจะเล่นเกมนี้จบไปเมื่อประมาณเดือนที่แล้ว (เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ไมไ่ด้อัพเลย) แต่เพิ่งจะมีมู้ดได้ลองแปลเพลงนี้ดูจริงๆ ก็เมื่อเร็วๆ นี้ล่ะครับ  สำหรับคนที่เล่นจบแล้วคงพอจะโยงตอนจบของเกมกับเพลงนี้ได้อยู่ ส่วนคนที่ยังไม่ได้เล่น แนะำนำว่าลองหามาเล่นดูนะครับ เป็นประสบการณ์ JRPG ที่ไม่มีวันลืมจริงๆ...

เวอร์ชั่นที่นำมาให้ฟังเป็น Orchestra Version ที่เป็นเพลงจบของภาค FES ซึ่งผมว่าเข้ากับการเป็นเพลงจบมากกว่า ส่วนของแถมนั้นเป็นเวอร์ชั่น Live Band ที่ได้บรรยากาศไปอีกแบบครับ ชอบแบบไหนก็กดฟังได้เลย

------------------------------

ลงบันทึกเมื่อ : 28 กันยายน 2553
ลงบันทึกครั้งแรก : ที่นี่

HeliumHe

Lyrics Translation : Zanshou - Katakiri Rekka

posted on 24 Aug 2010 22:16 by helium  in Recommended-Songs

Unreachable horizon...                Unexplainable paradox...         

Unforgettable memories...           Unstoppable rush...

Inseparable lingering...               Incomprehensible thoughts...

...and with my final wish...
...may this never-ending maze of memories come to an end...

---------------------------------------

Katakiri Rekka's Zanshou

残照
Zanshou (Afterglow)


Compose : sawamurah
Arrange : takumaru
Vocal : Katakiri Rekka

Album : PSP Second Novel -Kanojo no natsu, 15 fun no kioku- OP/ED Single

Japanese

手を伸ばす
最後、の
きらきらの 夕陽

かけがえない
それほどじゃ、ナイ
セピアの 記憶そっと 吐く

「…うそ。」

刻み出す
カウント
真っ白な ノイズ

澱みなく
躊躇(まよ)いも、せず
消え去れたら

それは廻り 巡るよ
懐かしい、現在(いま)出逢った
失わせたくない
「さよなら。」のパズル
探して

ぼくたちを
包んで
忘レナイ 匂い

精一杯の
速回しの
ラッシュで、さあ

聞こえないあの残照
沈みゆくの 屋上
見送ることでしか
影も落とせない


ぼくたちの、まま
廻り 巡るよ
懐かしい、現在(いま)出逢った
失わせたくない
「さよなら。」のパズル
埋めて


Romanji

Te wo nobasu
saigo, no
kirakira no yuuhi

Kakegaenai
sore hodo ja, nai
SEPIA no kioku sotto   haku

[...Uso]

Kizamidasu
COUNTO
masshiro na NOIZU

Yodomi naku
mayoi mo, sazu
kiesaretara

Sore wa mawari    meguru yo
natsukashii, ima deatta
Ushinawasetakunai
[Sayonara.] no PAZURU
sagashite

Bokutachi wo
tsutsunde
wasurenai  nioi

Seiipai no
hayamawashi no
RASHU de, saa

Kikoenai ano zanshou
shizumi yuku no   okujou
miokuru koto de shika
kage mo otosenai


Bokutachi no, mama
mawari   meguru yo
natsukashii, ima deatta
Ushinawasetakunai
[Sayonara.] no PAZURU
umete


Translation (Thai)

เอื้อมคว้าออกไปสุดแขน
ยังผืนผ้าระยิบระยับ
ของท้องฟ้ายามเย็นครั้งสุดท้ายนั้น

มันคงไม่มีทางเป็น
'สิ่งที่หาอื่นมาทดแทนไม่ได้' ไปได้หรอก
ก็แค่เพียงความทรงจำสีจางๆ ที่เอ่ยออกมา

[...คำโกหก]

น้ำเสียงที่เอ่ยออกมา
ที่นับอยู่ในใจเต้นระรัว
ทุกอย่างดูขาวโพลนไปหมด จนจับใจความไม่ได้

แต่หากความรู้สึกนี้ยังไม่ลบเลือน
ก็คงต้องถูกตรึงอยู่ตรงนี้
และอยู่กับความลุ่มหลงนี้ต่อไป

สิ่งเหล่านั้นยังคงวกเวียน และเวียนวนอยู่อย่างนี้
แล้วความทรงจำที่แสนคิดถึง ก็ย้อนกลับคืนมาตรงหน้า
ฉันไม่อยากจะทิ้งทุกสิ่ง ทิ้งทุกอย่างเพียงแค่นี้
คำว่า "ลาก่อน" ที่ฉันไม่เข้าใจคำนั้น
ฉันจะตามหาความหมายของมันเอง

เราสองคนนั้นยัง
ถูกตราตรึงไว้
ด้วยกลิ่นไอที่ไม่อาจจะลืมเลือน

ด้วยตัวลำพังของฉันเอง
ด้วยความเร็วทั้งหมดที่มี
ฉันจะออกวิ่งไป จากที่ตรงนี้

แสงสุดท้ายของวันนั้นที่ฉันไม่อาจสัมผัสถึง
เมื่อมันพลันจมหายลงไป ลับยอดหลังคานั้น
ทิ้งไว้เพียงแค่การเอ่ยคำลาจากต่อกัน
แม้ฉันไม่อยากจะพรากจากแม้เพียงแค่เงาของเธอ


เราทั้งสองที่แม้ในบัดนี้
ก็ยังวกเวียน และเวียนวนอยู่ตรงนี้
แล้วความทรงจำที่แสนคิดถึง ก็ย้อนกลับคืนมาตรงหน้า
ฉันไม่อยากจะทิ้งทุกสิ่ง ทิ้งทุกอย่างไปเช่นนี้
คำว่า "ลาก่อน" ที่ฉันไม่เข้าใจคำนั้น
ฉันจะเติมความหมายที่หายไปกลับคืนมา

-----------------------------------------

-----------------------------------------

          เป็น "Doujin Queen"คนที่ผมได้ฟังผลงานน้อยที่สุด (แม้ว่าหลายคนจะบอกว่าเธอดังที่สุดก็ตาม) คงเพราะผมไม่่ค่อยถูกกับสไตล์เพลงที่เรกกะร้องซะส่วนใหญ่ ...แต่เพลงนี้ถือเป็นข้อยกเว้นเลยล่ะครับ

          ยอมรับว่า "ยาก" และซึ้งเลยว่าเพลงญี่ปุ่นที่คำร้องน้อยๆ เนี่ยน่ากลัวกว่าที่คำร้องเยอะๆ หลายเท่า... ถ้าส่วนไหนรู้สึกว่าแปลกๆ หรือผิดพลาดประการใด ข้ออภัยมา ณ ที่นี้และติชมได้ตามสะดวกนะครับ

          เพลงนี้ประกอบ Visual Novel ที่ลงเครื่อง PSP ไปเมื่อปลายเดือนกรกฎาที่แล้ว ใครสนใจรายละเอียดเพิ่มเติมก็เชิญได้ที่ http://nippon1.jp/consumer/secondnovel/index.html ครับผม

-------------------------------------------

ลงบันทึกเมื่อ : 24 สิงหาคม 2553
ลงบันทึกครั้งแรก : ที่นี่

HeliumHe

Lyrics Translation : Teikan - Chata

posted on 20 Aug 2010 23:29 by helium  in Recommended-Songs

If you can only choose to protect one thing in one of your hands...

...and you cannot just leave it be like it used to be

Which hand would you choose to let go...?

...or would you just leave everything to dust...?

--------------------------------------------------------

 Chata's Teikan

 諦観
Teikan (Reconcilement)

Compose : Furukawa Honpo
Lyrics & Vocal : Chata

Album : Nanairo

Japanese

淡く揺らめく光 遠く見つめながら
意味を持たない祈り 深く深く沈めた

その手にある 何が大事?
選べない は 選択外
たったひとつ 守れるなら

ねぇ 何を選ぶ?

誰も見てない 誰も知らない
あかく絡まった 線
僕は見せない 僕は言わない
錆びた鋏で咬む

何でも無いと笑う口で
痛みをかみしめた


人は脆く すぐに歪む
楽な方へ逃げたがる

迷わぬほど強い人にいつかなりたいなぁ

誰も責めない 誰も知らない
壊れかけの箱庭
君は見せない 君は言わない
錆びた鍵で閉ざす

何でも無いと笑う口は
痛みを隠していた

出来損ない 微笑みあう
合わせ鏡の世界
僕は見せない 君は言わない
確かに違う痛み

なんにも気づかないフリで
笑い声にした

Romanji

Awaku yurameku hikari   Tooku mitsumenagara
Imi wo motanai inori        Fukaku fukaku shizumeta

Sono te ni aru    nani ga daiichi?
Erabenai wa sentakugai
Tatta hitotsu mamoreru nara

Nee,  nani wo erabu?

Dare mo mitenai     Dare mo shiranai
Akaku karamatta sen
Boku wa misesai    Boku wa iwanai
Sabita hasami de kamu

Nan demo nai to warau kuchi de
itami wo kamishimeta


Hito wa moroku sugu ni yugamu
raku na hou e nigetagaru

Mayowanu hodo tsuyoi hito ni itsuka naritai naa

Dare mo semenai   Dare mo shiranai
Kowarekake no hakoniwa
Kimi wa misenai     Kimi wa iwanai
Sabita kagi de tozasu

Nan demo nai to warau kuchi wa
itami wo kakushite ita

Dekisokonai hohoemi au
Awasekagami no sekai
Boku wa misenai     Kimi wa iwanai
Tashigani chigau itami

Nannimo kizukanai FURI de
waraigoe ni shita

Translation (Thai)

ในแสงสว่างที่วูบไหวและเลือนลาง  ที่เพ่งมองไม่เห็นจากที่ไกลตา
ฉันแบกคำอถิษฐานที่ไร้ความหมาย  และจมดิ่งลึกลงลึกลงยังก้นบึ้ง

ในอุ้งมือข้างนั้น มีสิ่งใดที่พูดได้ว่าสำคัญอยู่บ้างไหม?
เมื่อการนิ่งเฉยไม่ตัดสินใจนั้น ไม่ใช่ทางเลือกที่ทำได้
และเมื่อมือข้างนั้น เลือกจะปกป้องได้เพียงแค่สิ่งเดียว

นี่... แล้วจะเลือกยึดสิ่งไหนไว้ล่ะ?

เหม่อมองไปไม่เห็นใคร  ทอดมองไปไม่รู้จัก
เหมือนต้องติดอยู่ในบ่วงสีแดงที่ดิ้นไม่หลุด
ฉันไม่อาจเผยให้ใครเห็น และไม่อาจเอ่ยให้ใครได้ฟัง
เหมือนกับฝืนใช้กรรไกรข้างเดียวที่ตัดไม่ได้สักสิ่ง

และต้องใช้ริมฝีปากเปื้อนรอยแสร้งยิ้มนี้
เพื่อกล้ำกลืนฝืนทนความเจ็บปวดไปลำพัง


คนเรานั้นแสนจะบอบบาง เมื่อถูกบีบถูกกดดัน
ก็อยากจะหนีไปทางที่สบายกับตัวเองกว่าทุกครั้งไป

ฉันหวังเหลือเกิน ว่าสักวันหนึ่ง จะกลายเป็นคนที่แข็งแกร่ง
จนไม่ต้องเดินหลงทางอีกต่อไป

เมื่อไม่อาจจะโทษใคร  และมองไปก็ไม่รู้จัก
เหมือนต้องติดอยู่ในสวนจำลองของเศษซากชำรุด
เธอไม่อาจเผยให้ใครเห็น  และไม่อาจเอ่ยให้ใครได้ฟัง
เหมือนขังตัวเองอยู่ในห้องที่โดดเดี่ยวลำพัง

และริมฝีปากที่เปื้องรอยแสร้งยิ้มนี้
ก็ยังคงซ่อนเร้นความเจ็บปวดไว้ข้างในต่อไป

เมื่อมองไปก็พบเพียงรอยยิ้ม ที่มองเท่าไหร่ก็เปล่าประโยชน์
ภายในโลกที่ถูกห้อมล้อมด้วยกระจกเงาใบนี้
เมื่อฉันไม่อาจเผยให้ใครเห็น และเธอไม่อาจเอ่ยให้ใครได้ฟัง
นั่นก็ต้องจบลงด้วยความเจ็บปวดของเราทั้งสอง

และด้วยการแสร้งทำเป็นไม่รู้สึกถึงอะไรเลยนั้น
เราก็ทำได้ เพียงแค่หัวเราะอย่างเงียบๆ...

-------------------------------------------------

-------------------------------------------------

             กว่าจะมีโอกาสได้กลับมานั่งเขียนอะไรซักหน่อยอีก ก็ปาเข้าไปเดือนกว่า...
             ครั้งนี้ฝากเพลงกล่อมนอนของผมให้ลองฟังดูแล้วกันนะครับ (แต่ถ้าอ่านความหมายดู อาจจะไม่เหมาะกับกล่อมนอนซํกเท่าไหร่ก็ได้ ...ผมก็เพิ่งมาลองแปลดูจริงๆ จังๆ วันสองวันนี้เอง)
            
-------------------------------------------------

ลงบันทึกเมื่อ : 20 สิงหาคม 2553
ลงบันทึกครั้งแรก : ที่นี่

HeliumHe