ว่าด้วยฟ้าโปร่ง แสงสว่าง และความอ้างว้าง...
ฟ้าโปร่ง แสงสว่าง อ้่างว้่าง
มีนาคม เมษายน พฤษภาคม
กลิ่นไอแดดแผ่ฟุ้งหอมหวนจนไม่อยากตื่นนอน
คลื่นความร้อนแผ่ซ่านจนไม่อยากขยับตัว
แหงนหน้าขึ้นสู้กับท้องฟ้า สบตากับดวงตะวันที่แรงกล้า
แล้วทิ้งตัวลงนอนตามลำพัง ในกาลเวลาที่ยังคงไหลผ่านไป
ฟ้าโปร่ง แสงสว่าง อ้างว้าง
ผืนผ้าสีครามทอดตัวออกไปไกลสุดลูกหูลูกตา
หมู่เมฆาแต่งแต้มอยู่้เต็มฟ้า ล่องลอยไปมาอย่างอิสระ
บรรยากาศที่แสนสดใส แต่เหตุใดภายในใจถึงโศกเศร้า
ท้องฟ้าทอดยาวกว้างไกล แต่ทำไมขาคู่นี้ถึงไม่อาจก้าวเดิน
ไม่ว่าท้องฟ้าจะไกลสักเพียงไหน สุดท้ายมันก็ครอบเราไว้อยู่ ณ ที่แห่งเดิม
ได้แต่แหงนมองท้องฟ้า ในกาลเวลาที่ยังคงไหลผ่านไป
ฟ้าโปร่ง แสงสว่าง อ้างว้าง
ดวงตะวันเปล่งแสงแรงกล้า จนดวงตาไม่อาจสู้แสงนั้นได้
จุดความสว่างไสวไปทั่วหล้า นำพาทิวาเข้ามาแทนราตรี
จุดชีวิตใหม่ให้ต้นไม้ใบหญ้า นำพากาลเวลาให้หมุนเวียนไป
แต่ทำไม รอบกายยังคงมีแต่ความมืดมิด
แสงแดดส่องไปทั่วทุกทิศ แต่ในดวงจิตยังมีเพียงเมฆฝน
ยืนอยู่ท่ามกลางพายุใหญ่ เพราะเหตุใดถึงมีเพียงเราที่อยู่ลำพัง
ได้แต่เฝ้าก่นด่าโชคชะตา ในกาลเวลาที่ยังคงไหลผ่านไป
ฟ้าโปร่ง แสงสว่าง อ้างว้าง
แผ่นดินกว้างแห่งนี้ไม่มีผู้ใดเหลืออยู่
ฤดูร้อนครั้งนี้ไม่มีสิ่งใดเหลือให้จดจำ
มีเพียงสีขาวและดำในโลกที่เหลืออยู่เพียงผู้เดียว
ผู้คนผ่านมาและผ่านไป
แต่ไม่มีใครหยุดแวะเวียน
เราอยู่คนเดียวบนโลก หรือถูกทิ้งไว้เพียงคนเดียวบนโลก
ไม่เข้าใจว่าทำไม แต่ภายในใจยังคงมืดสนิท
เหลือไว้เพียงความอ้างว้าง กับภาพจางๆ ที่พร่ามัวในความคิด
แสงแดดที่ร้อนแรงคงลวงตา หลอกเราว่าชีวิตนี้ยังคงมีหวัง
ปล่อยตัวเองจมลึกลงไป ในกาลเวลาที่ยังคงไหลไม่สิ้นสุด
ไม่เอาแล้ว...
พอกันที....
ลืมตาตื่นขึ้นอีกครั้ง...
เสียงจักจั่นยังคงร้องระงมอยู่บนต้นไม้
โมบายตรงหน้าต่างยังคงส่งเสียงรับลมอ่อน
แดดรอนรอนในยามเย็นยังคงงดงาม
ฟ้าสีครามที่กำลังเปลี่ยนสียังคงอยู่เช่นเดิม
แม้ฟ้าโปร่งจะพาให้หวนคิดถึงอิสระที่ไม่มีวันได้รับ
แม้แสงสว่างจะดับลงเหลือเพียงความมืดมิด
แม้ความอ้างว้างจะเข้ามาในความคิดจนแทบทนไม่ไหว
แต่ฤดูร้อน ก็ยังคงผ่านมา และผ่านเลยไป
ทิ้งไว้เพียงลมอุ่นและความทรงจำ...
กับภาพลวงตาของความอ้างว้างที่แสงตะวันสาดส่องลงมา...
ในช่วงนิทราที่เผลอปล่อยใจไปกับกาลเวลา...
------------------------------------------
ลงบันทึกเมื่อ : 15 มิถุนายน 2552
ลงบันทึกครั้งแรก : ที่นี่
HeliumHe
ในที่สุดช่วงเวลาที่มีแต่งานต้องทำส่งก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดีครับแต่คงต้องขออภัยด้วยที่ยังไม่สามารถนำตอนต่อไปของบันทึกการเดินทางมาลงได้ วันนี้จึงขอคั่นเวลาด้วยเพลงเก่าจากสเปซของผมอีกสักเพลงจากเสียงร้องอันดับหนึ่งในใจของผมตอนนี้ ...
หากจะให้พูดกันตรงๆ เพลงนี้เป็นแรงบันดาลใจสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้ "งาน" ของผมสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ล่าสุดนี้เพิ่งจะได้รับข่าวดีว่าใกล้ความจริงเข้าไปทุกทีแล้ว ไม่ว่าอย่างไรเร็วๆ นี้ผมคงนำข่าวเกี่ยวกับงานชิ้นนี้มาประกาศให้ทราบกันนะครับ
--------------------------------------------------
Suehisen made nan mile? (How many miles to the horizon?)
คำร้อง/ขับร้อง : Chata
ดนตรี/ทำนอง : HIR
透き通る陽射しが 眩しくて俯く
スタートの合図を 目を閉じ 待つ
踏み出す前の気持ちは いつも音のない世界で
少しだけ怖くなるけど
一緒に頑張ってきた 笑顔と声が浮かんでくる
今日は 一人じゃないんだ
みんなの想い乗せて 白い翼が前へ進む
しっかり風を捕らえて ここから飛び立とう
空に溶けてく 青の奇跡に乗る
見渡す限り 光に満ちて
一つ一つ繋いできた 空へ向かうための絆
手探りから始まった日々 越えて 今
一人で行き詰まる時も 支えてくれる誰かないて
一歩ずつ 歩んできた道
同じ目標に向かって それぞれの手を取り合って
私たちはここにいる
ひとつの願い抱いて 白い翼で空を泳ぐ
どんな風にも負けない 信じているから
空と海とが ひとつになる場所へ
水面で揺れる 影と一緒に どこまでも
もっと 遠くへ 飛んでゆける
水平線の向こう
ずっと このまま 飛んでいたい
風になりたい
Romanji
Suki tooru hizashi ga mabushikute utsumuku
SUTAATO no aizu o me wo toji matsu
Fumidasu mae no kimochi wa itsumo oto no nai sekai de
sukoshi dake kowakunaru kedo
isshou ni kanbatte kita egao to koe ga ukande kuru
kyou wa hitori ja nai-n da
Minna no omoi nosete
shiroi tsubasa ga mae e susumu
shikkari kaze o toraete
koko kara tobitatou
Sora ni toketeku Ao no kiseki ni noru
Miwatasu kagiri hikari ni michite
Hitotsu...hitotsu tsunaide kita
Sora e mukau tame no kizuna
Tesaguri kara hajimatta hibi koete ima
Hitori de iki tsumaru toki mo
sasaetekureru dareka nai te
ippozutsu ayunde kita michi
Onaji mokuhyou ni mukatte
sorezore no te o toriatte
Watashitachi wa koko ni iru
Hitotsu no negai daite
Shiroi tsubasa de sora o oyogu
donna kaze ni mo makenai shinjite iru kara
Sora to umi to ga hitotsu ni naru bashou e
minamo de yureru kage to isshou ni
doko made mo...
Motto tooku e tonde yukeru
Suiheisen no mukou
Zutto kono mama tonde itai
kaze ni naritai...
Translation
แสงตะวันที่ส่องผ่านลงมา สุกสว่างยังพสุธาเบื้องล่าง
หลับตาคู่นั้นลงช้าๆ และรอคอยเวลาที่ทุกอย่างจะเริ่มต้น
ความรู้สึกที่เกิดขึ้นก่อนจะก้าวไปข้างหน้านั้น
เหมือนกับอยู่ในโลกที่ไร้สรรพเสียง
จนทำให้ตัวฉันยังรู้สึกหวาดกลัว...
แต่ว่า...
ยังนึกถึงอุปสรรคที่เราผ่านมาด้วยกัน
ภาพรอยยิ้ม และน้ำเสียงที่ผุดขึ้นในภวังค์
ทำให้บอกตัวเองได้ว่า วันนี้ฉันไม่ได้อยู่เดียวดาย...
บันทึกความทรงจำทั้งหมดนี้ไว้
แล้วทะยานไปข้างหน้าด้วยปีกสีขาว
ล่องลอยติดไปกับสายลมที่พัดผ่าน
และออกบินไปจากตรงนี้ด้วยกันเถอะ
หลอมตัวเองให้เป็นหนึ่งกับท้องฟ้า
บินทะยานไปบนปาฏิหารย์แห่งสีครามนั้น
ทอดสายตาไปให้ไกลสุดขอบฝัน
แล้วจะเห็นแสงสว่างที่โอบล้อมทุกสิ่ง
มีเพียงสิ่งเดียว สิ่งเดียวเท่านั้นที่เชื่อมเราไว้
คือสายสัญญาของเราเพื่อที่จะมุ่งไปยังท้องฟ้าไกล
วันแล้ววันเล่าจากวันแรกที่ได้เพียงกวัดแกว่งมือทั้งสอง
บัดนี้ มันได้ผ่านพ้นไปแล้ว
ช่วงเวลาที่ติดอยู่กับอุปสรรคเพียงลำพัง
และไม่มีใครสักคนยื่นมือมาช่วยเหลือ
บนเส้นทางเหล่านั้น ฉันเดินผ่านมาทีละก้าวจนบัดนี้
ด้วยเป้าหมายเดียวกันที่เรามุ่งไปหา
และมือของเธอที่คอยกุมฉันไว้ทุกครั้ง
จนในตอนนี้ ที่เรามาถึงจุดนี้ด้วยกัน
โอบกอดคำอธิษฐานเพียงหนึ่งเดียวนี้ไว้
แล้วฉันจะแหวกว่ายไปบนฟ้าด้วยปีกสีขาวคู่นี้
ไม่ว่าสายลมนั้นจะแรงสักแค่ไหน ฉันก็จะไม่มีวันแพ้
เพราะฉันยังเชื่อมั่นในเธออยู่เสมอ...
สู่ที่แห่งนั้น ที่ที่ผืนฟ้าและมหาสมุทรหลอมเป็นหนึ่งเดียว
ล่องลอยไปพร้อมคลื่นในท้องทะเล พร้อมกับแสงสว่างบนนั้น
ไม่ว่าที่ไหนก็ตาม...
บินออกไป ถึงจะไกลแค่ไหน ก็จะทะยานออกไปให้ถึง
จนกว่าจะข้ามผ่านเส้นขอบฟ้าสุดตา
อยากจะบิน อยู่อย่างนี้ ล่องลอยอย่างนี้ตลอดไป
ให้ตัวฉันได้กลายเป็นสายลม...
----------------------------------------
ขอขอบคุณ http://yoshower.blogcn.com/index.shtml สำหรับเนื้อเพลงภาษาญี่ปุ่น
แปลเมื่อวันที่ : 21 ธันวาคม 2551
แปลและลงบันทึกครั้งแรก : http://hetaroshaven.spaces.live.com
HeliumHe
posted on 15 May 2009 20:24 by helium in Rantings
ตอนแรกคิดว่าจะลงบันทึกการเดินทางต่อจากคราวที่แล้ว แต่หลังจากเพิ่งอ่าน Saya no Uta จบ ผมก็อดเอาเพลงนี้มาคั่นเวลาไม่ได้จริงๆ นั่นล่ะครับ
เนื้อหาสั้นๆ ...กระชับ... รุนแรง....สมกับตัวเรื่องที่อ่านแค่สามชั่วโมงก็จบแล้ว ถ้ายังไงหากพอจะมีเวลา (และไม่สะอิดสะเอียนกับระดับความรุนแรงของเนื้อเรื่อง) ผมแนะนำให้หามาลองอ่านดูนะครับ เป็น Visual Novel เรื่องหนึ่งที่ห้ามพลาดเลยล่ะ
--------------------------------------------------------------------

Glass no Kutsu
คำร้อง : Itou Kanako
เรียบเรียง : Murakami Masayoshi
อัลบั้ม : Puzzle, Sayano Uta OST
冬の花が咲いた Fuyu no hana ga saita
走り行く季節の中 Hashiri iku kisetsu no naka
そらした目の端を Sorashita me no hashi o
イタイ風がなでるだけ Itai kaze ga naderudake
二人でみつめた Futari de mitsumeta
その色は変わらぬ朱 Sono iro ha kawaranu aka
つかませておいて Tsukamasete oite
手を離した Te o hanashita
壊れたカケラみつめて Kowareta kakera mitsumete
動けないまま Ugokenai mama
今 こぼれ落ちて・・・ Ima, kobore ochite...
夢のカケラあつめて Yume no kakera atsumete
動けないまま Ugokenai mama
今 こぼれ落ちて消えた Ima, kobore ochite kieta
春の花が咲いた Haru no hana ga saita
むせかえる季節の中 Musekaeru kisetsu no naka
そらした目の端を Sorashita me no hashi o
ぬるい風がなでるだけ Nurui kaze ga naderudake
二人でみつけた Futari de mitsuketa
その場所は消えゆく蒼 Sono basho ha kieyuku ao
つかませておいて Tsukamasete oite
手を離した Te o hanashita
砕けたかけら抱いて Kudaketa kakera idaite
離せないまま Hanasenai mama
今 こぼれ落ちて・・・ Ima, kobore ochite...
追憶のかけらあつめて Toki no kakera atsumete
抱きしめたまま Dakishimeta mama
今 こぼれ落ちて消えた Ima, kobore ochite kieta
壊れたカケラみつめて Kowareta kakera mitsumete
動けないまま Ugokenai mama
今 こぼれ落ちて・・・ Ima, kobore ochite...
夢のカケラあつめて Yume no kakera atsumete
動けないまま Ugokenai mama
今 こぼれ落ちて消えた Ima, kobore ochite kieta
Translation
ดอกไม้แห่งฤดูหนาวบานสะพรั่ง
ในฤดูกาลที่ยังคงเปลี่ยนผันไป
มีเพียงสายลมที่แสนเจ็บปวดเท่านั้น
ที่พัดผ่านปลายสายตาที่หลุบหนีของฉันไป
ภาพที่เราสองคนทอดมองด้วยกันนั้น
คือแสงสีแดงก่ำที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง
แต่เมื่อฉันดึงมือของเธอมากุมไว้
เธอกลับปล่อยมือจากฉันไป
ฉันเฝ้ามองชิ้นส่วนที่กำลังแตกสลายไปต่อหน้า
ในยามที่ไม่อาจก้าวเดินต่อไปได้อีก
ก่อนที่มันจะหลุดลอยไปกับตา...
ฉันไขว่คว้าเศษซากความฝันที่แหลกสลายอยู่ตรงหน้า
ในยามที่ไม่อาจก้าวเดินต่อไปได้อีก
ก่อนที่มันจะหลุดลอย และเลือนหายไปกับตา...
ดอกไม้ในยามใบไม้ผลิบานสะพรั่ง
ในฤดูกาลที่หยุดนิ่งราวกับไร้ลมหายใจ
มีเพียงสายลมอุ่นๆ เท่านั้น
ที่พัดผ่านปลายสายตาที่หลุบหนีของฉันไป
ที่ที่เราสองคนค้นพบด้วยกันนั้น
เหลือเพียงแสงสีครามที่กำลังเลือนหายไป
และเมื่อฉันดึงมือของเธอมากุมไว้
เธอก็ปล่อยมือจากฉันไป
ฉันเหนี่ยวรั้งเศษเสี้ยวที่แหลกสลายไว้สุดกลั้น
ทั้งที่ไม่อาจทนพรากจากมันได้อีก
แต่แล้วมันก็หลุดลอยไปกับตา...
ฉันไขว่คว้าเศษซากกาลเวลาของเราสอง
อยากจะโอบกอดมันไว้ให้เนิ่นนาน
แต่มันก็หลุดลอย และเลือนหายไปกับตา...
ฉันเฝ้ามองชิ้นส่วนที่กำลังแตกสลายไปต่อหน้า
ในยามที่ไม่อาจก้าวเดินต่อไปได้อีก
ก่อนที่มันจะหลุดลอยไปกับตา...
ฉันไขว่คว้าเศษซากความฝันที่แหลกสลายอยู่ตรงหน้า
ในยามที่ไม่อาจก้าวเดินต่อไปได้อีก
ก่อนที่มันจะหลุดลอย และเลือนหายไปกับตา...
--------------------------------------------
แปลเมื่อวันที่ : 5 พฤษภาคม 2552
แปลและลงบันทึกครั้งแรก : ที่นี่
ขอขอบคุณ TLwiki สำหรับเนื้อแพลงและแพทช์ภาษาอังกฤษของ Saya no Uta
Thanks to TLwiki for the Japanese and Romaji lyric. Also, for the translation patch of a great game, Saya no Uta
HeliumHe